เทพบุตรคนเก็บขยะ
posted on 18 Jul 2009 11:46 by morethanwordsเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ได้ดูรายการตีสิบ ดูไปก็แอบปลื้มไป
ทางรายการได้นำเสนอเรื่องราวของ ชายร่างเล็กคนหนึ่ง ซึ่งมีอาการพิการทางสมอง คิดช้า พูดช้า เขามีชื่อว่า อภิรักต์ แซ่ฮ้อ
ชายคนนี้มีอาชีพเก็บขยะ แต่เขาเดินเข้าธนาคารทุกวัน เขาฝากเงินวันละ 20 บาท ตั้งแต่ยังเป็นเด็กชายอภิรักต์ ปัจจุบัน อภิรักต์ มีเงินในบัญชีถึงสี่หมื่นกว่าบาท
เนื่องจากเข้าเป็น คนเก็บขยะ เวลาไปไหนมาไหน จึงเห็นเขาพร้อมกับรถเข็นขยะคู่กายเสมอ ด้วยความที่เป็นคนไม่มีพิษมีภัย ชาวบ้านจึงเรียกให้เข้าไปรับขยะเพื่อเอาไปขายอยู่เสมอ
สำหรับที่อยู่ที่กินของอภิรักต์นั้น เป็นแฟล็ตห้องหนึ่ง ซึ่งเขาเช่าเพื่ออาศัยอยู่กับมารดาผู้ให้กำเนิด ที่ซึ่งทุกๆวันเขาจะนำเอาขยะกลับไปคัดแยก และแน่นอนว่ามันทำให้สุขลักษณะภายในห้องไม่ดีนัก ซึ่งมันทำให้สุขภาพของเขาและแม่ไม่สู้จะดี
ทีมงานตีสิบได้ให้การช่วยเหลือ ด้วยการปรับปรุงห้องขนานใหญ่ ซื้อของมาใส่ใหม่หมด ตู้ เตียง เสื่อน้ำมัน ทีวี และอื่นๆ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และที่ลืมไม่ได้ คือ การเอาขยะที่หมักหมมมานาน ไปทิ้งให้หมด ยกเว้น รถเข็นคู่ใจของ อภิรักต์ เอง
หลายคนสงสัยว่าอภิรักต์เก็บเงินไปทำไม คำตอบที่ทำให้หลายคนอึ้ง คือ เงินเก็บเหล่านี้ เก็บไว้ให้แม่รักษาตัวเพื่อให้แม่สบาย หายดี เพราะแม่เป็นหลายโรคอยู่ตอนนี้
นี่คือความกตัญญูที่ชายคนหนึ่งมีต่อแม่ของเขา เขาอาจมีปัญหาทางสมองบ้าง แต่ไม่เคยมีปัญหาทางจิตใจ ผิดกับบางคนที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งร่างกาย และ สติปัญญา แต่กลับ ทำร้ายแม่ ไม่ว่าทางตรง หรือ ทางอ้อม อย่างที่เราเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์
ด้วยความกตัญญูของเขา ปัจจุบัน เขาจึงได้รับผลตอบแทนจากความดีที่เขาได้ทำมา ทำให้เขามีชีวิตที่สุขสบายขึ้น อาจไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็ดีกว่าเดิมมาก
ในยามที่สังคมปัจจุบัน ทุกคนเอาแต่โหยหาความสุขนอกกาย เงินทอง ยศฐาบรรดาศักดิ์ อาจทำให้ละเลยการเป็นลูกที่ดีไป แต่อภิรักต์ แซ่ฮ้อ ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า จนหรือรวยไม่เกี่ยวกับการเป็นคนดี และความกตัญญูนำมาซึ่งความสุขได้ ความสุขของเขานั้นคือ สุขทางใจ